2010/Apr/27

หญิงต้องห้ามนอกจากหญิง ๒๐ จำพวกคือ

๑.      เด็กหญิง

๒.     หญิงชรา

๓.     หญิงพิการไม่สมประกอบ

๔.     หญิงที่กำลังเจ็บป่วย

๕.     สิ่งที่มีชีวิตแต่ไม่ใช่หญิงมนุษย์ เช่นสัตว์เดรัจฉานทุกชนิด

                หญิงต้องห้ามผู้ชายประกอบเพศสัมพันธ์ชายเป็นฝ่ายผิดฝ่ายเดียว ฝ่ายหญิงไม่ผิดศีลกาเมสุมิจฉาจารมี ๘ จำพวก คือ หญิงต้องห้ามตั้งแต่หมายเลข ๑ ถึงหมายเลข ๘

                ชายผิด เพราะขโมยผัสสะของผู้ปกครองหญิง มีบิดามารดาเป็นต้น ผัสสะนั้น คือ เพศสัมผัสที่ผู้ปกครองเขาหวงแหวน จะแปลว่า ไข่แดง ก็ได้กระมัง

ฝ่ายหญิง ๘ นั้นจำพวกสบาย ไม่ผิด

ฎีกาจารย์อธิบาย ให้เหตุผลว่า “เพราะหญิง ๘ จำพวกนี้ เป็นเจ้าของผัสสะเอง ไม่ได้ขโมยของของใครให้ชายผู้นอนด้วยเลย”

                เด็กสาวญาติห่างๆ ของผมที่บ้านสระบุรีเป็นเด็กใจแตก คบผู้ชายมากผู้หลายคน ใช้ผู้ชายเปลือง ยายด่าเปิงว่าไม่รักนวลสงวนตัว หลานสาวโต้ยายว่า “นมและ...ของฉัน ฉันจะให้ใครจับและยังไงก็ได้เรื่องของฉัน ยายไม่เกี่ยว”

                ยายเดือดจัดว่า “อีดอกทอง! ผาเหล่าผ่ากอ”

                หญิงต้องห้ามที่หญิงผู้ร่วมเพศสัมพันธ์แล้วชายผิดด้วย หญิงก็ผิดและจะต้องถูกบังคับให้ปีนต้นงิ้วด้วยกัน คือ หญิงตั้งแต่หมายเลข ๙ ถึงหมายเลข ๒๐

                หญิงผิดเพราะขโมยผัสสะของตน ซึ่งชายผู้สามีเป็นเจ้าของ หรือเพราะนอกใจสามี

                หญิงใดร่วมกิจกรรมเพศสัมพันธ์กับนักบวช นักบวชนั้นผิดแหง ๆ และหญิงนั้นก็ผิดกาเมสุมิจฉาจารด้วย หญิงในที่นี้หมายถึงหญิงทั้ง ๒๐ ประเภทนั้นด้วย นักบวชผิด ๒ กระทง คือ ผิดหญิงต้องห้ามและผิดจารีตธรรมของตน อันได้แก่ ศีลพรหมจรรย์

                หญิงผิดเพราะผิดจารีตเล่นกีฬาสึกนักบวช

                ทั้งหมดนี้ คือ รายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตของการประพฤติผิดศีลข้อกาเมสุ มิจฉาจาร ซึ่งตามปกติชาวบ้านเข้าใจแคบ ๆ อยู่ในขอบเขตเพียงว่าได้แก่ผิดลูกเขา ผิดเมียเขา ผิดผัวเขา เท่านั้น

                เหตุที่เข้าใจแคบนั้นเพราะไม่ใคร่มีใครอธิบายด้วยเห็นเป็นรายละเอียดของเพศสัมพันธ์ พระสงฆ์ท่านเวลาท่านเทศนาเรื่องศีล ๕ ท่านมักจะเน้นแต่ ๔ ข้อ เช่น ฆ่าสัตว์ ลักของเขา พูดปด ดื่มเหล้าหรือน้ำ มังสวิรัติ แต่พอถึงศีลข้อ กาเมสุ มิจฉาจาร ท่านมักจะรวบรัดกล้อมแกล้มแล้วผ่านไป

                โถ่ ! ก็น่าเห็นใจพระสงฆ์เพราะท่านอยู่ในเพศสูง จะอธิบายเรื่องนี้ต้องสำรวมระวัง

                เมื่อพระพุทธเจ้า ทรงแจกแจงรายละเอียดของเมถุนธรรมว่าทำขนาดไหนเป็นปาราชิก ขนาดไหนต้องอาบัติอะไร พระพุทธโฆษาจารย์ชาวอินเดียผู้แต่งอรรถกถาอธิบายต่อยังออกตัวแทนพระพุทธเจ้าไว้ว่า

                “ที่พระพุทธเจ้าทรงแจกแจงไว้อย่างนั้น ก็เพราะพระมหากรุณาจะได้เป็นประโยชน์แก่พระสงฆ์รุ่นหลัง จะได้รู้ความหมายว่าทำอย่างไร แค่ไหนผิดพระพุทธบัญญัติ ขอบรรดาพระหนุ่มเณรน้อยได้โปรดศึกษาด้วยความสำรวม พิจารณาให้เห็นเป็นกรรมฐานที่น่ารังเกียจ อย่าให้เห็นเป็นเรื่องชวนคุยขำขันหรรษาเฮฮาอ้าปากยิ้งฟันหัวร่อกันเลย”

                ผมเองก็เขียนเรื่องเช่นนี้ลำบาก ใช้สติ ใช้ความสำรวมเต็มที่ ผิดพลาดพลั้งตอนใดก็ขอปวงวิญญูชน อภัยด้วยเถิดครับ

ผมรับลูกที่คุณชายคึกฤทธิ์ ส่งมาดอกครับ

เอกสารอ้างอิง

นิตยสารเพื่อการเผยแพร่พระสัทธรรมของมูลนิธิพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย “ธรรมกาย”, ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๒ เมษายน-มิถุนายน ๒๕๓๒

Comment

Comment:

Tweet


ขวัญ ผู้ยิ่งใหญ่จนมิอาจนอนคว่ำ
View full profile