2010/Apr/27

หมายเหตุ: คน ส่วนใหญ่เวลาที่ต้องระบุศาสนาที่นับถือลงในแบบฟอร์มต่าง ๆ ก็มักจะตอบกันโดยแทบไม่ต้องคิดเลยว่า “ศาสนาพุทธ” ทั้ง ๆ ที่พวกเขามีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสอนอยู่อย่างน้อยนิด จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่พวกเราโชคดีได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนาแต่ กลับปล่อยโอกาสอันมีค่าให้หลุดลอยไป ด้วยความไม่รู้ไม่เข้าใจทำให้คนจำนวนไม่น้อยดำเนินชีวิตอย่างผิดทำนองคลอง ธรรมซึ่งในท้ายที่สุดก็จะต้องมารับผลอันเป็นวิบากจากกรรมชั่วของตน

                ด้วยเหตุนี้คณะทำงาน “เสื้อส้ม” จึงได้พยายามรวบรวมบทความทางพระพุทธศาสนาต่าง ๆ มาเผยแผ่ให้กับเพื่อนสหธรรมมิกทุกท่านเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้ ถูกทำนองครองธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา และจะอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่งหากท่านจะกรุณาเผยแพร่บทความนี้เพื่อช่วยเหลือ ญาติมิตรทั้งหลายของท่านให้พ้นจากความทุกข์อันเนื่องมาจากวิบากกรรมจากความ ไม่รู้ด้วยเช่นกัน ขอให้สนุกกับการอ่าน


*อ่านเรื่องที่ คุณชายคึกฤทธ์ เขียนลงในคอลัมน์ซอยสวนพลู พาดพิงถึงผมและเรื่องนกเขาที่เป็นข่าว แล้วท่านสนใจใคร่ทราบถึงขอบเขตของการประพฤติผิดศีล ๕ ข้อที่ ๓ คือ กาเมสุ มิจฉาจาร ขณะผมอยู่ทางภาคเหนือ เพื่อแจกทุนการศึกษาพระภิกษุสามเณร (ประสก ผู้เขียนบทความ “คนข้างวัด” ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน)

ผมจะลองรวบรวมเขียนเสนอดู ตามแนวที่ได้ศึกษามาจาก คัมภีร์ต่าง ๆ ของศาสนาพุทธแม้จะไม่ละเอียดทุกด้าน ก็จะลองดู

คำศัพท์ของศีล ๕ ข้อที่ ๓ ที่เป็นคำบาลี คือ กาเมสุ มิจฉาจาโร แปลว่า ความประพฤติผิดในกามทั้งหลาย ถ้ามีคำว่า เวรมณี ต่อท้าย ก็จะเป็น กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี ดังที่เราท่านทั้งหลายชินอยู่ในเวลารับศีลจากพระสงฆ์แปลว่า “เว้นจากความประพฤติผิดในกามทั้งหลาย”

ที่ท่านใช้คำพหูพจน์ว่า กาเมสุ-ในกามทั้งหลาย เพราะกาม คือ เพศสัมพันธ์ที่คนเราทำผิดนั้นมีหลายประเภท เกณฑ์หรือแนวที่ขีดเส้นไว้ว่า ถ้าล่วงไปแล้วผิดนั้นมี ๔ ประเภทคือ

๑.       ผิดกาละ

๒.     ผิดเทศะหรือสถานที่

๓.      ผิดความพอใจ

๔.      ผิดในบุคคลต้องห้าม

ผิดกาละ เช่น ในเวลาเมื่ออีกผ่ายหนึ่ง ไม่พร้อมที่จะให้ร่วมเพศสัมพันธ์ ยกตัวอย่างเมื่อฝ่ายสตรีกำลังมีรอบเดือน และในเวลาที่ไม่สบาย

ผิดเทศะ หรือสถานที่ เช่น ประกอบกิจในที่สาธารณะต่อสาธารณชน ในเขตห้วงห้าม เช่น ในวัดในโบสถ์ รวมทั้งในสถานที่ต้องห้ามอื่น ๆ เช่น สถานที่ราชการเป็นต้น

ผิดความพอใจ หมายถึง เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่มีความพอใจที่จะร่วม อีกฝ่ายข่มขืน หรือกระทำโดยพลการ ฝ่ายข่มขืน ผิดศีลข้อ ๓ นี้

ทั้ง ๓ ประเภทนี้ ถึงผู้ประกอบเพศสัมพันธ์จะเป็นสามีภรรยากัน ก็เป็น กาเมสุ มิจฉาจาร คือประพฤติผิดในกาม หรือผิดศีลข้อนี้

ผิดในบุคคลต้องห้าม คือ การประกอบเพศสัมพันธ์กับบุคคลต้องห้ามทุกประเภท ซึ่งมีทั้งสตรีและบุรุษ หรือหญิงและชาย

หญิงต้องห้ามที่ชายผู้ล่วงละเมิดหรือประกอบเพศสัมพันธ์แล้วชายผิดศีลข้อ กาเมสุมิจฉาจาร มี ๒ ประเภท

๑.      หญิงต้องห้าม ๒๐ จำพวก

๒.     หญิงต้องห้ามนอกจาก ๒๐ จำพวก

หญิงต้องห้าม ๒๐ จำพวก คือ

๑.      มาตุรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของมารดา

๒.     ปิตุรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของบิดา

๓.     มาตุปิตุรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของทั้งมารดาและบิดา

๔.     ภาตุรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของพี่ชายและน้องชาย

๕.     ภคินิรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของพี่สาวและน้องสาว

๖.      ญาติรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของญาติ

๗.     โคตตรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของวงศ์สกุล เช่น ราชวงศ์คุ้มครอง

๘.     ธัมมรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของจารีต เช่น พระภิกษุณี แม่ชี ตลอดถึงหญิงรักษาศีล ๘ ศีลอุโบสถ

๙.      สารักขา – หญิงทุกคนที่มีสามี

๑๐.  สปริทัณฑา – หญิงที่มีกฎหมายบ้านเมืองคุ้มครองต้องห้ามไว้ เช่น หญิงในสถานสงเคราะห์บ้านปากเกร็ด เป็นต้น

๑๑.  ธนักกีตา – หญิงที่ชายคนหนึ่ง คนใดซื้อเป็นเมีย

๑๒.ฉันทวาสินี – หญิงที่สมัครใจเป็นภรรยาของชายใดชายหนึ่ง เช่น เมียน้อย เป็นต้น กระมัง

๑๓.โภควาสินี – หญิงที่ชายได้มาเป็นภรรยา เพราะใช้โภคทรัพย์แลก

๑๔.ปฏาวาสินี – หญิงที่ชายให้ผ้านุ่งห่มก็ยอมเป็นภรรยา

ประเภทที่ ๑๓ และ ๑๔ นี้ เกจิอาจารย์ระดับฎีกา และอนุฎีกา อธิบายว่า “ได้แก่หญิงที่ยากจนในชนบท ผู้ชายให้เพียงครกและสากตำข้าวและให้ผ้านุ่งห่มก็ยอมเป็นเมีย”

๑๕.โอทปัตตกินี – หญิงที่กำลังเข้าพิธีแต่งงาน

๑๖.โอภฏจุมพตา – หญิงที่เพิ่งเสร็จจากพิธีแต่งงาน

๑๗.ทาสิ จะ ภริยา จะ – หญิงที่ทำหน้าที่เป็นทั้งคนรับใช้และเป็นภรรยา

๑๘.กัมมการี จะ ภริยา จะ– หญิงที่ทำหน้าที่เป็นทั้งคนงานเช่นลูกน้องและเป็นภรรยา

๑๙.ธชาหฏา – หญิงเชลยหรือนางเชลยที่ถูกไล่ต้อนมาในกองทัพ 

๒๐.มหุตติกา – หญิงที่เป็นภรรยาชั่วคราว เช่น หญิงนครโสเภณี ที่ชายคนหนึ่งคนใดเหมามาชั่วเวลาวันหนึ่งกับคืนหนึ่งในราคา ๑ พันเหรียญหรือเหมา ๑๕ วัน ราคา ๑ หมื่น ๕ พันเหรียญเป็นต้น

                หญิงเหล่านี้ ชายใดสมสู่เข้า ชายนั้นผิดศีล กาเมสุ มิจฉาจาร

2010/Apr/27

หญิงต้องห้ามนอกจากหญิง ๒๐ จำพวกคือ

๑.      เด็กหญิง

๒.     หญิงชรา

๓.     หญิงพิการไม่สมประกอบ

๔.     หญิงที่กำลังเจ็บป่วย

๕.     สิ่งที่มีชีวิตแต่ไม่ใช่หญิงมนุษย์ เช่นสัตว์เดรัจฉานทุกชนิด

                หญิงต้องห้ามผู้ชายประกอบเพศสัมพันธ์ชายเป็นฝ่ายผิดฝ่ายเดียว ฝ่ายหญิงไม่ผิดศีลกาเมสุมิจฉาจารมี ๘ จำพวก คือ หญิงต้องห้ามตั้งแต่หมายเลข ๑ ถึงหมายเลข ๘

                ชายผิด เพราะขโมยผัสสะของผู้ปกครองหญิง มีบิดามารดาเป็นต้น ผัสสะนั้น คือ เพศสัมผัสที่ผู้ปกครองเขาหวงแหวน จะแปลว่า ไข่แดง ก็ได้กระมัง

ฝ่ายหญิง ๘ นั้นจำพวกสบาย ไม่ผิด

ฎีกาจารย์อธิบาย ให้เหตุผลว่า “เพราะหญิง ๘ จำพวกนี้ เป็นเจ้าของผัสสะเอง ไม่ได้ขโมยของของใครให้ชายผู้นอนด้วยเลย”

                เด็กสาวญาติห่างๆ ของผมที่บ้านสระบุรีเป็นเด็กใจแตก คบผู้ชายมากผู้หลายคน ใช้ผู้ชายเปลือง ยายด่าเปิงว่าไม่รักนวลสงวนตัว หลานสาวโต้ยายว่า “นมและ...ของฉัน ฉันจะให้ใครจับและยังไงก็ได้เรื่องของฉัน ยายไม่เกี่ยว”

                ยายเดือดจัดว่า “อีดอกทอง! ผาเหล่าผ่ากอ”

                หญิงต้องห้ามที่หญิงผู้ร่วมเพศสัมพันธ์แล้วชายผิดด้วย หญิงก็ผิดและจะต้องถูกบังคับให้ปีนต้นงิ้วด้วยกัน คือ หญิงตั้งแต่หมายเลข ๙ ถึงหมายเลข ๒๐

                หญิงผิดเพราะขโมยผัสสะของตน ซึ่งชายผู้สามีเป็นเจ้าของ หรือเพราะนอกใจสามี

                หญิงใดร่วมกิจกรรมเพศสัมพันธ์กับนักบวช นักบวชนั้นผิดแหง ๆ และหญิงนั้นก็ผิดกาเมสุมิจฉาจารด้วย หญิงในที่นี้หมายถึงหญิงทั้ง ๒๐ ประเภทนั้นด้วย นักบวชผิด ๒ กระทง คือ ผิดหญิงต้องห้ามและผิดจารีตธรรมของตน อันได้แก่ ศีลพรหมจรรย์

                หญิงผิดเพราะผิดจารีตเล่นกีฬาสึกนักบวช

                ทั้งหมดนี้ คือ รายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตของการประพฤติผิดศีลข้อกาเมสุ มิจฉาจาร ซึ่งตามปกติชาวบ้านเข้าใจแคบ ๆ อยู่ในขอบเขตเพียงว่าได้แก่ผิดลูกเขา ผิดเมียเขา ผิดผัวเขา เท่านั้น

                เหตุที่เข้าใจแคบนั้นเพราะไม่ใคร่มีใครอธิบายด้วยเห็นเป็นรายละเอียดของเพศสัมพันธ์ พระสงฆ์ท่านเวลาท่านเทศนาเรื่องศีล ๕ ท่านมักจะเน้นแต่ ๔ ข้อ เช่น ฆ่าสัตว์ ลักของเขา พูดปด ดื่มเหล้าหรือน้ำ มังสวิรัติ แต่พอถึงศีลข้อ กาเมสุ มิจฉาจาร ท่านมักจะรวบรัดกล้อมแกล้มแล้วผ่านไป

                โถ่ ! ก็น่าเห็นใจพระสงฆ์เพราะท่านอยู่ในเพศสูง จะอธิบายเรื่องนี้ต้องสำรวมระวัง

                เมื่อพระพุทธเจ้า ทรงแจกแจงรายละเอียดของเมถุนธรรมว่าทำขนาดไหนเป็นปาราชิก ขนาดไหนต้องอาบัติอะไร พระพุทธโฆษาจารย์ชาวอินเดียผู้แต่งอรรถกถาอธิบายต่อยังออกตัวแทนพระพุทธเจ้าไว้ว่า

                “ที่พระพุทธเจ้าทรงแจกแจงไว้อย่างนั้น ก็เพราะพระมหากรุณาจะได้เป็นประโยชน์แก่พระสงฆ์รุ่นหลัง จะได้รู้ความหมายว่าทำอย่างไร แค่ไหนผิดพระพุทธบัญญัติ ขอบรรดาพระหนุ่มเณรน้อยได้โปรดศึกษาด้วยความสำรวม พิจารณาให้เห็นเป็นกรรมฐานที่น่ารังเกียจ อย่าให้เห็นเป็นเรื่องชวนคุยขำขันหรรษาเฮฮาอ้าปากยิ้งฟันหัวร่อกันเลย”

                ผมเองก็เขียนเรื่องเช่นนี้ลำบาก ใช้สติ ใช้ความสำรวมเต็มที่ ผิดพลาดพลั้งตอนใดก็ขอปวงวิญญูชน อภัยด้วยเถิดครับ

ผมรับลูกที่คุณชายคึกฤทธิ์ ส่งมาดอกครับ

เอกสารอ้างอิง

นิตยสารเพื่อการเผยแพร่พระสัทธรรมของมูลนิธิพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย “ธรรมกาย”, ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๒ เมษายน-มิถุนายน ๒๕๓๒

<