2010/Apr/27

หมายเหตุ: คน ส่วนใหญ่เวลาที่ต้องระบุศาสนาที่นับถือลงในแบบฟอร์มต่าง ๆ ก็มักจะตอบกันโดยแทบไม่ต้องคิดเลยว่า “ศาสนาพุทธ” ทั้ง ๆ ที่พวกเขามีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสอนอยู่อย่างน้อยนิด จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่พวกเราโชคดีได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนาแต่ กลับปล่อยโอกาสอันมีค่าให้หลุดลอยไป ด้วยความไม่รู้ไม่เข้าใจทำให้คนจำนวนไม่น้อยดำเนินชีวิตอย่างผิดทำนองคลอง ธรรมซึ่งในท้ายที่สุดก็จะต้องมารับผลอันเป็นวิบากจากกรรมชั่วของตน

                ด้วยเหตุนี้คณะทำงาน “เสื้อส้ม” จึงได้พยายามรวบรวมบทความทางพระพุทธศาสนาต่าง ๆ มาเผยแผ่ให้กับเพื่อนสหธรรมมิกทุกท่านเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้ ถูกทำนองครองธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา และจะอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่งหากท่านจะกรุณาเผยแพร่บทความนี้เพื่อช่วยเหลือ ญาติมิตรทั้งหลายของท่านให้พ้นจากความทุกข์อันเนื่องมาจากวิบากกรรมจากความ ไม่รู้ด้วยเช่นกัน ขอให้สนุกกับการอ่าน


*อ่านเรื่องที่ คุณชายคึกฤทธ์ เขียนลงในคอลัมน์ซอยสวนพลู พาดพิงถึงผมและเรื่องนกเขาที่เป็นข่าว แล้วท่านสนใจใคร่ทราบถึงขอบเขตของการประพฤติผิดศีล ๕ ข้อที่ ๓ คือ กาเมสุ มิจฉาจาร ขณะผมอยู่ทางภาคเหนือ เพื่อแจกทุนการศึกษาพระภิกษุสามเณร (ประสก ผู้เขียนบทความ “คนข้างวัด” ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน)

ผมจะลองรวบรวมเขียนเสนอดู ตามแนวที่ได้ศึกษามาจาก คัมภีร์ต่าง ๆ ของศาสนาพุทธแม้จะไม่ละเอียดทุกด้าน ก็จะลองดู

คำศัพท์ของศีล ๕ ข้อที่ ๓ ที่เป็นคำบาลี คือ กาเมสุ มิจฉาจาโร แปลว่า ความประพฤติผิดในกามทั้งหลาย ถ้ามีคำว่า เวรมณี ต่อท้าย ก็จะเป็น กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี ดังที่เราท่านทั้งหลายชินอยู่ในเวลารับศีลจากพระสงฆ์แปลว่า “เว้นจากความประพฤติผิดในกามทั้งหลาย”

ที่ท่านใช้คำพหูพจน์ว่า กาเมสุ-ในกามทั้งหลาย เพราะกาม คือ เพศสัมพันธ์ที่คนเราทำผิดนั้นมีหลายประเภท เกณฑ์หรือแนวที่ขีดเส้นไว้ว่า ถ้าล่วงไปแล้วผิดนั้นมี ๔ ประเภทคือ

๑.       ผิดกาละ

๒.     ผิดเทศะหรือสถานที่

๓.      ผิดความพอใจ

๔.      ผิดในบุคคลต้องห้าม

ผิดกาละ เช่น ในเวลาเมื่ออีกผ่ายหนึ่ง ไม่พร้อมที่จะให้ร่วมเพศสัมพันธ์ ยกตัวอย่างเมื่อฝ่ายสตรีกำลังมีรอบเดือน และในเวลาที่ไม่สบาย

ผิดเทศะ หรือสถานที่ เช่น ประกอบกิจในที่สาธารณะต่อสาธารณชน ในเขตห้วงห้าม เช่น ในวัดในโบสถ์ รวมทั้งในสถานที่ต้องห้ามอื่น ๆ เช่น สถานที่ราชการเป็นต้น

ผิดความพอใจ หมายถึง เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่มีความพอใจที่จะร่วม อีกฝ่ายข่มขืน หรือกระทำโดยพลการ ฝ่ายข่มขืน ผิดศีลข้อ ๓ นี้

ทั้ง ๓ ประเภทนี้ ถึงผู้ประกอบเพศสัมพันธ์จะเป็นสามีภรรยากัน ก็เป็น กาเมสุ มิจฉาจาร คือประพฤติผิดในกาม หรือผิดศีลข้อนี้

ผิดในบุคคลต้องห้าม คือ การประกอบเพศสัมพันธ์กับบุคคลต้องห้ามทุกประเภท ซึ่งมีทั้งสตรีและบุรุษ หรือหญิงและชาย

หญิงต้องห้ามที่ชายผู้ล่วงละเมิดหรือประกอบเพศสัมพันธ์แล้วชายผิดศีลข้อ กาเมสุมิจฉาจาร มี ๒ ประเภท

๑.      หญิงต้องห้าม ๒๐ จำพวก

๒.     หญิงต้องห้ามนอกจาก ๒๐ จำพวก

หญิงต้องห้าม ๒๐ จำพวก คือ

๑.      มาตุรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของมารดา

๒.     ปิตุรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของบิดา

๓.     มาตุปิตุรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของทั้งมารดาและบิดา

๔.     ภาตุรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของพี่ชายและน้องชาย

๕.     ภคินิรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของพี่สาวและน้องสาว

๖.      ญาติรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของญาติ

๗.     โคตตรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของวงศ์สกุล เช่น ราชวงศ์คุ้มครอง

๘.     ธัมมรักขิตา – หญิงที่อยู่ในความปกครองของจารีต เช่น พระภิกษุณี แม่ชี ตลอดถึงหญิงรักษาศีล ๘ ศีลอุโบสถ

๙.      สารักขา – หญิงทุกคนที่มีสามี

๑๐.  สปริทัณฑา – หญิงที่มีกฎหมายบ้านเมืองคุ้มครองต้องห้ามไว้ เช่น หญิงในสถานสงเคราะห์บ้านปากเกร็ด เป็นต้น

๑๑.  ธนักกีตา – หญิงที่ชายคนหนึ่ง คนใดซื้อเป็นเมีย

๑๒.ฉันทวาสินี – หญิงที่สมัครใจเป็นภรรยาของชายใดชายหนึ่ง เช่น เมียน้อย เป็นต้น กระมัง

๑๓.โภควาสินี – หญิงที่ชายได้มาเป็นภรรยา เพราะใช้โภคทรัพย์แลก

๑๔.ปฏาวาสินี – หญิงที่ชายให้ผ้านุ่งห่มก็ยอมเป็นภรรยา

ประเภทที่ ๑๓ และ ๑๔ นี้ เกจิอาจารย์ระดับฎีกา และอนุฎีกา อธิบายว่า “ได้แก่หญิงที่ยากจนในชนบท ผู้ชายให้เพียงครกและสากตำข้าวและให้ผ้านุ่งห่มก็ยอมเป็นเมีย”

๑๕.โอทปัตตกินี – หญิงที่กำลังเข้าพิธีแต่งงาน

๑๖.โอภฏจุมพตา – หญิงที่เพิ่งเสร็จจากพิธีแต่งงาน

๑๗.ทาสิ จะ ภริยา จะ – หญิงที่ทำหน้าที่เป็นทั้งคนรับใช้และเป็นภรรยา

๑๘.กัมมการี จะ ภริยา จะ– หญิงที่ทำหน้าที่เป็นทั้งคนงานเช่นลูกน้องและเป็นภรรยา

๑๙.ธชาหฏา – หญิงเชลยหรือนางเชลยที่ถูกไล่ต้อนมาในกองทัพ 

๒๐.มหุตติกา – หญิงที่เป็นภรรยาชั่วคราว เช่น หญิงนครโสเภณี ที่ชายคนหนึ่งคนใดเหมามาชั่วเวลาวันหนึ่งกับคืนหนึ่งในราคา ๑ พันเหรียญหรือเหมา ๑๕ วัน ราคา ๑ หมื่น ๕ พันเหรียญเป็นต้น

                หญิงเหล่านี้ ชายใดสมสู่เข้า ชายนั้นผิดศีล กาเมสุ มิจฉาจาร

2010/Apr/27

หญิงต้องห้ามนอกจากหญิง ๒๐ จำพวกคือ

๑.      เด็กหญิง

๒.     หญิงชรา

๓.     หญิงพิการไม่สมประกอบ

๔.     หญิงที่กำลังเจ็บป่วย

๕.     สิ่งที่มีชีวิตแต่ไม่ใช่หญิงมนุษย์ เช่นสัตว์เดรัจฉานทุกชนิด

                หญิงต้องห้ามผู้ชายประกอบเพศสัมพันธ์ชายเป็นฝ่ายผิดฝ่ายเดียว ฝ่ายหญิงไม่ผิดศีลกาเมสุมิจฉาจารมี ๘ จำพวก คือ หญิงต้องห้ามตั้งแต่หมายเลข ๑ ถึงหมายเลข ๘

                ชายผิด เพราะขโมยผัสสะของผู้ปกครองหญิง มีบิดามารดาเป็นต้น ผัสสะนั้น คือ เพศสัมผัสที่ผู้ปกครองเขาหวงแหวน จะแปลว่า ไข่แดง ก็ได้กระมัง

ฝ่ายหญิง ๘ นั้นจำพวกสบาย ไม่ผิด

ฎีกาจารย์อธิบาย ให้เหตุผลว่า “เพราะหญิง ๘ จำพวกนี้ เป็นเจ้าของผัสสะเอง ไม่ได้ขโมยของของใครให้ชายผู้นอนด้วยเลย”

                เด็กสาวญาติห่างๆ ของผมที่บ้านสระบุรีเป็นเด็กใจแตก คบผู้ชายมากผู้หลายคน ใช้ผู้ชายเปลือง ยายด่าเปิงว่าไม่รักนวลสงวนตัว หลานสาวโต้ยายว่า “นมและ...ของฉัน ฉันจะให้ใครจับและยังไงก็ได้เรื่องของฉัน ยายไม่เกี่ยว”

                ยายเดือดจัดว่า “อีดอกทอง! ผาเหล่าผ่ากอ”

                หญิงต้องห้ามที่หญิงผู้ร่วมเพศสัมพันธ์แล้วชายผิดด้วย หญิงก็ผิดและจะต้องถูกบังคับให้ปีนต้นงิ้วด้วยกัน คือ หญิงตั้งแต่หมายเลข ๙ ถึงหมายเลข ๒๐

                หญิงผิดเพราะขโมยผัสสะของตน ซึ่งชายผู้สามีเป็นเจ้าของ หรือเพราะนอกใจสามี

                หญิงใดร่วมกิจกรรมเพศสัมพันธ์กับนักบวช นักบวชนั้นผิดแหง ๆ และหญิงนั้นก็ผิดกาเมสุมิจฉาจารด้วย หญิงในที่นี้หมายถึงหญิงทั้ง ๒๐ ประเภทนั้นด้วย นักบวชผิด ๒ กระทง คือ ผิดหญิงต้องห้ามและผิดจารีตธรรมของตน อันได้แก่ ศีลพรหมจรรย์

                หญิงผิดเพราะผิดจารีตเล่นกีฬาสึกนักบวช

                ทั้งหมดนี้ คือ รายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตของการประพฤติผิดศีลข้อกาเมสุ มิจฉาจาร ซึ่งตามปกติชาวบ้านเข้าใจแคบ ๆ อยู่ในขอบเขตเพียงว่าได้แก่ผิดลูกเขา ผิดเมียเขา ผิดผัวเขา เท่านั้น

                เหตุที่เข้าใจแคบนั้นเพราะไม่ใคร่มีใครอธิบายด้วยเห็นเป็นรายละเอียดของเพศสัมพันธ์ พระสงฆ์ท่านเวลาท่านเทศนาเรื่องศีล ๕ ท่านมักจะเน้นแต่ ๔ ข้อ เช่น ฆ่าสัตว์ ลักของเขา พูดปด ดื่มเหล้าหรือน้ำ มังสวิรัติ แต่พอถึงศีลข้อ กาเมสุ มิจฉาจาร ท่านมักจะรวบรัดกล้อมแกล้มแล้วผ่านไป

                โถ่ ! ก็น่าเห็นใจพระสงฆ์เพราะท่านอยู่ในเพศสูง จะอธิบายเรื่องนี้ต้องสำรวมระวัง

                เมื่อพระพุทธเจ้า ทรงแจกแจงรายละเอียดของเมถุนธรรมว่าทำขนาดไหนเป็นปาราชิก ขนาดไหนต้องอาบัติอะไร พระพุทธโฆษาจารย์ชาวอินเดียผู้แต่งอรรถกถาอธิบายต่อยังออกตัวแทนพระพุทธเจ้าไว้ว่า

                “ที่พระพุทธเจ้าทรงแจกแจงไว้อย่างนั้น ก็เพราะพระมหากรุณาจะได้เป็นประโยชน์แก่พระสงฆ์รุ่นหลัง จะได้รู้ความหมายว่าทำอย่างไร แค่ไหนผิดพระพุทธบัญญัติ ขอบรรดาพระหนุ่มเณรน้อยได้โปรดศึกษาด้วยความสำรวม พิจารณาให้เห็นเป็นกรรมฐานที่น่ารังเกียจ อย่าให้เห็นเป็นเรื่องชวนคุยขำขันหรรษาเฮฮาอ้าปากยิ้งฟันหัวร่อกันเลย”

                ผมเองก็เขียนเรื่องเช่นนี้ลำบาก ใช้สติ ใช้ความสำรวมเต็มที่ ผิดพลาดพลั้งตอนใดก็ขอปวงวิญญูชน อภัยด้วยเถิดครับ

ผมรับลูกที่คุณชายคึกฤทธิ์ ส่งมาดอกครับ

เอกสารอ้างอิง

นิตยสารเพื่อการเผยแพร่พระสัทธรรมของมูลนิธิพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย “ธรรมกาย”, ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๒ เมษายน-มิถุนายน ๒๕๓๒

2009/Apr/25

18/10/08 จุดเริ่มต้น

 

ใกล้เที่ยงคืน

 

ทันทีที่การเจรจาสิ้นสุดผมหมุนแฮนด์เข้าหาตัวถังแล้วมัดล้อหน้าให้อยู่กับที่ จักรยานถูกวางลงอย่างเบาที่สุดราวกับนักมวยกำลังขึ้นตาชั่งก่อนหมายเลข 22 จะปรากฏบนหน้าจอ ซึ่งเกินพิกัดอยู่ 2 กิโล

 

ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องเสียงค่าระวาง เจ้าหน้าที่ check in ชี้แจงแต่ต้องเอาจักรยานขี้นรางตรงนี้ไม่ได้ ต้องเอาไปที่ baggage over size นะคะ

 

ผมแอบยิ้มในใจ พร้อมบอกลาพ่อและพี่ชายที่มาส่ง

.

.

.

แต่ไม่บ่อยครั้งที่โชคดีอยู่ข้างเรา

.

.

.

 

หลังจากที่เสือกโง่เสียเวลาไปเข้าแถว Foreign Passport อยู่นาน ผมเดินตรงไปที่จุดพักผู้โดยสารและนำสัมภาระติดตัวเข้าเครื่องเข้าสแกน   

ขวดนี้เอาขึ้นเครื่องไม่ได้นะครับเจ้าหน้าที่หนุ่มกล่าวก่อนที่โลชันกันแดดของผมจะย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ในถังขยะ 

 

ไอ้ห่าแม่งโง่สัตว์ ผมสบถกับตัวเอง เพราะทั้ง ๆ ที่รู้ข้อบังคับนี้อยู่แล้วแต่ยังพลาด โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตรวจไม่ละเอียดขวด moisturizer สุดรักจึงไม่ถูกพรากไปจากผม

 

เพราะเป็นคนหน้าหวาน (ขม) เจ้าหน้าที่อีกคนขอค้นกระเป๋าใบเดิม (อีกแล้ว) ที่ทางเข้าจุดพักผู้โดยสารด่านสุดท้าย แม้ว่าเธอจะหน้าตางั้น ๆ แต่ก็ทำผมเสียว

 

กระเป๋าผมปิดลงทันทีที่ถูกเปิด สงสัยรองเท้าจะเหม็นเจ๊แกเลยรีบปล่อยผมไป moisturizer สุดรักจึงไม่ถูกพรากไปจากผม ^ ^ V

 

เครื่องออกในเวลา 0:00 นาฬิกา

 

ผมแปลกใจกับตัวเองที่ทำไมถึงไม่รู้สึกตื่นเต้น ทั้ง ๆ ที่นี่จะเป็นการปั่นจักรยานทางไกลคนเดียวเป็นครั้งแรก.....ชักจะเริ่มเสียดายตัง

 

 19/10/08 ช่วงต่อ

.

.

.

สนามบินที่ Sydney ใหญ่มากถึงมาก และอยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อให้เครื่องบินแอร์บัส (รุ่นมีดอีโต้) เข้าจอดได้ จึงทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากเกิดความสับสน ซึ่งแน่นอนผมย่อมเป็นหนึ่งในนั้น แต่ด้วยความเป็นมิตรของเจ้าหน้าที่ทุกอย่างจึงกลายเป็นเรื่องง่าย (ถ้าฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่อง) ซึ่งต่างกับเจ้าหน้าที่ในประเทศที่เรียกตัวเองว่าดินแดนแห่งรอยยิ้มโดยสิ้นเชิง

 

ช่วงเวลาต่อเครื่องค่อนข้างนานผมจึงไปแลกเหรียญเพื่อมาเล่นเน็ทก่อนเพื่อบุคทัวร์ไปเที่ยว Milford Sound dจะรู้ในภายหลังว่ามีบริการเน็ทฟรีอยู่ใกล้ ๆ (ฉลาดอีกแล้ว)

ผมไปถึง Christchurch ราวเที่ยงคืน ด้วยความที่กลัวว่าจะนั่งเครื่องไม่คุ้มจึงคลานออกมาจากเครื่องเป็นคนสุดท้าย ไม่เข้าใจว่าคนส่วนมากจะรีบไปไหน ลุกขึ้นมาแล้วก็ต้องมายืนถือกระเป๋าหนัก ๆ เบียดกันออกจากเครื่อง แล้วก็ต้องมายืนคอย (ห้วย) รอกระเป๋าตรงสายพานอยู่ดี และเนื่องจากผมจะต้องรออีกประมาน 7 ชั่วโมงเพื่อขึ้นเครื่องไป Queenstown จึงเป็นเรื่องไม่ฉลาดนักที่จะรีบไปรอ

 

หลังจากที่รับจักรยานและสัมภาระทั้งหมดแล้ว ผมถือ Incoming Passenger Card ไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ในเอกสารในนั้นจะถามว่าเรานำอะไรเข้ามาในประเทศของเขาบ้าง และมีของที่เป็นต้องขอตรวจ เช่น อาหารสด ผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์ อุปกรณ์เดินป่า (ของใช้งานที่สัมผัสกับดิน) จักรยาน รองเท้าเดินป่า เป็นต้น เพราะของดังกล่าวอาจเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยทางชีวภาพ (Bio-security) กล่าวคือหากมีหนอนติดมากับเต็นท์ที่เรานำมา ตัวหนอนเองอาจเป็นพาหะนำโรคติดต่อ หรืออาจขยายพันธุ์และสร้างความเสียหายให้กับผลิตผลทางเกษตรหรือระบบนิเวศน์ของเขาได้ ด้วยเหตุนี้ผู้โดยสารขาเข้าทุกคนจะได้รับ Incoming Passenger Card เพื่อระบุให้เจ้าหน้าที่ทราบว่านำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาด้วยหรือไม่ และหากพบว่าแจ้งข้อมูลเท็จจะถูกปรับทันที 200 เหรียญ

 

คนไทยมักชอบบอกกันว่าให้กรอกช่อง No อย่างเดียวจะได้ไม่ต้องโดนตรวจ ซึ่งเป็นความเชื่อที่โง่มากถึงมากที่สุด ด้วยหากทำเช่นนั้นเจ้าหน้าที่จะให้ความสนใจกับคุณมากเป็นพิเศษ แต่หากว่าคุณกรอกว่า Yes เจ้าหน้าที่ก็จะถามว่าเอาอะไรมาถ้าเห็นว่าไม่มีปัญหาก็จะให้คุณผ่านโดยไม่ตรวจกระเป๋าให้เสียเวลา

 

ส่วนผมซึ่งแบกจักรยานหราขนาดนั้นหากกรอกว่า Yes คนแถวบ้านก็คงจะเรียกไปทำนา ด้วยความที่เป็นการเดินทางแบบนกขมิ้น (ค่ำไหนก็นอนกับคนแถวนั้น) ผมจึงพกเต๊นท์และของกินมาด้วย เพราะฉะนั้นจึงกรอก Yes เกือบทุกช่อง เพื่อนของผมเล่าให้ฟังทีหลังว่าปัญหาทีมักพบบ่อยคือ ผู้โดยสารบางคนเก็บ apple ที่แจกบนเครื่องลงมาด้วยแต่ดันเสือกลืมกรอก Declare ทำให้มีคนถูกปรับอยู่เป็นประจำ

 

โชคดีที่ผมล้างรถตั้งแต่อยู่เมืองไทยจึงไม่มีคราบดินติดมาด้วยทำให้ผ่านฉลุย ส่วนเต็นท์นั้นสะอาดอยู่แล้วเพราะเช็ดและตากก่อนเก็บทุกครั้งจึงไม่มีปัญหา เจ้าหน้าที่จึงขอเพียงสมอบกไปฆ่าเชื้อโรค ของกินไม่มีปัญหาเพราะยังอยู่ในซองไม่มีรอยแกะ

 

ออกจากด่านอรหันต์ผมต้องรอจนถึงเช้าเพื่อเครื่องอีกครั้งไปยัง Queenstown แต่ตอนนั้น Check in ยังไม่เปิดผมจึงได้แต่นอนรอ

 

ใกล้ประตูทางออก Backpackers (นักท่องเที่ยวขาลุย แต่พกถุง) นอนเรียงกันป็นตับเพื่อรอการเดินทางในวันรุ่งขึ้น ผมทำตัวเป็นหนึ่งในนั้น อากาศเย็นลงเรื่อย ๆ ทำให้ผมได้ฤกษ์ประเดิมถุงนอนใบใหม่สุดอลังการที่ Messenger มาส่งให้เกือบไม่ทัน 0_O”

 

 


 

 

 

……………………….

………………

……..

..

.

.

.

.

20/10/08 – Ready to roll!!

.

.

.

……..

………………

……………………….

 

 

ตื่นมาด้วยความเบลอ ๆ ด้วยอาการเมาขี้ตาผสม Jet lack ผมยัดถุงนอนลงกระเป๋าแล้วเดินไปถามเจ้าหน้าที่สนามบินว่าจะต้องไปขึ้นเครื่องที่ประตูไหน

 

“You just go over there and you will see chicken on your right”.  (คุณก็เดินไปทางด้านโน้นแล้วก็จะเห็นไก่อยู่ทางขวามือ)

 

Chicken เชี่ยไรวะ?”  ผมนึกในใจ แต่แกล้งทำเนียนว่าเข้าใจแล้วเดินไปตามทางที่ป้าแกบอก แล้วปัญญาจึงเกิดว่าไอ้ Chicken นั้นก็คือ Check in นั่นเอง......T T

 

ผมขำไม่ออก เป็นตลกร้ายที่เมื่อสิบปีก่อนผมเพิ่งจะคุยกับฝรั่งรู้เรื่องตอนที่แม่ส่งผมมาเรียนภาษาอังกฤษที่ New Zealand แต่ตอนนี้ผมฟังคนที่นี่พูดไม่รู้เรื่อง

 

ความมึนส์ยังไม่ทันหายความซวยก็เข้ามาแทรก เจ้าหน้าที่ Chicken เอ้ย Check in ไม่อนุญาติให้ผมขึ้นเครื่องโดยแจ้งว่าเครื่องจะออกแล้ว และผมมายืนยันตั๋วช้าเกินไป

.

.

.

สรุปว่าตกเครื่องตั้งแต่วันแรก!!

.

.

.

เรื่องสำเนียง Kiwi อาจเป็นตลกร้าย แต่เรื่องตกเครื่องเป็นเรื่องตลกไม่ออก แต่ใครกันเล่าที่แม่งจะซวยได้ตลอดชาติ ขอบคุณประสบการณ์หนึ่งปีกับการเป็นผู้จัดการที่จะต้องต่อสู้กับลูกค้า (นรก) จนทำให้ผมรู้สึกชินชากับปัญหา (ตายด้าน?) ถ้าเป็นตอนเด็ก ๆ ผมคงกลัวจนทำอะไรไม่ถูก

 อีกไม่นานพนักงาน Air New Zealand เลื่อนตั๋วผมให้ไปอยู่ในเที่ยวถัดไปโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แถมยังพูดขำ ๆ ว่าวิวจากข้างบนสวยมากแต่ที่นั่งริมหน้าต่างหมดแล้ว

เกือบจะต้องเสียตังค่าระวางจักรยานเพราะเป็นของ Oversized แต่พอบอกว่าเช็คอินมาจากเมืองไทย แล้วตอนที่บินกับ Air NZ เที่ยวเมื่อคืนก็ไม่ได้เสียค่าระวาง เจ้าหน้าที่ก็เลยละเว้นค่าธรรมเนียมให้ผม

 

Ready to roll ทันทีที่ถึง Queenstown แม้ว่าจะช้ากว่ากำหนดชั่วโมงเศษ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเพราะวันนี้ผมแค่ปั่นเที่ยวในเมืองเท่านั้น

 

ออกจากสนามบินไม่กี่นาทีผมเริ่มนึกถึงคาถาของเพื่อนักปั่นหัวทองว่าให้เอาถุงมือยาวมาด้วย แม่อากาศจะไม่เย็นเท่าไหร่แต่เวลาที่ขี่เร็ว ๆ ก็สะท้านไปทั้งนิ้วมือ...แล้วกูจะไปรอดไหมเนี่ย

 

ไม่ต้องสงสัยผมหยุดรถทันที่ที่เห็นร้านจักรยาน อุตส่าห์มาเกือบหมื่นกิโลหากไม่เวะดูร้านจักรยานก็คงจะแปลกพิลึก เสื้อจักรยานของนิวซีแลนด์สีเทาคาดขาวสวยมากถึงมากที่สุด ป้ายราคาเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผมเริ่มแหยง แต่คำว่า Made in Thailand ทำให้เสื้อตัวนั้นเสด็จคืนราวทันที

 

ออกจากร้านด้วยถุงมือ Fox แบบเต็มมือและแว่นตากันแดด (แทนที่อันเก่าที่ป่านนี้ยังไม่รู้ว่าลืมไว้ที่บ้านหรือทำหล่นก่อนขึ้นเครื่อง) แว่นตากันแดดสำหรับจักรยานราคาแพงระยับผมจึงซื้อแว่นตาสำหรับตกปลาซึ่งใช้ได้ดีไม่แพ้กันและยังเป็นเลนส์ตัดแสงอีกด้วย

 

ถึงบ้านพักเยาวชน (YHA) ราวเที่ยงเศษแต่ยังเข้าห้องไม่ได้เพราะเวลา Chicken คือบ่าย 2 ด้วยความที่ YHA เป็นห้องพักแบบ Share facilities แม้ตัวผมกำลังจะเน่าแต่ก็สามารถอาบน้ำและใช้สาธารณูปโภคอื่น ๆ ได้ ที่นี่ลูกค้าสามารถจองทัวร์และกิจกรรมต่าง ๆได้หมด ซึ่งบริษัททัวร์มีบริการรับส่งที่นี่ด้วย ที Queenstown มีบ้านพักเยาวชนสองแห่งที่ city center กับที่ lake front ซึ่งเป็นบ้านพักราคาประหยัดระดับสี่ดาวกว่าทั้งคู่ ผมพักที่หลังเพราะต้องการนอนห้องเดียวกับเด็กญี่ปุ่นคนนั้นท่ามกลางการวิวทะเลสาป

สำหรับคนที่ต้องการจะโทรกลับประเทศแนะนำให้ซื้อซิมการ์ดของ Vodafone และให้ซื้อบัตรเติมเงินของ Buzz เพราะค่าโทรถูกและไม่ต้องเสีย Service charge คนที่นี่เรียกสั้น ๆ ว่า Surcharge ซึ่งทางเลือกนี้ถูกกว่าการขอเปิดใช้สัญญาณต่างประเทศ ชีวิตมักไม่ง่ายอย่างที่คิดที่ YHA ขายแต่บัตรเติมเงินไม่ขายซิมการ์ด เพราะฉะนั้นโทรศัพท์ของผมยังมีประโยชน์เพียงนาฬิกาปลุก

หากท่านคิดจะมาพักที่นี่ก็ควรจะสมัครเป็นสมาชิกที่ประเทศไทยก่อนเพราะจะทำให้ได้ส่วนลดค่าห้องคืนละสามเหรียญและได้ส่วนลดหากสั่งซื้อหนังสือ Lonely Planet (แต่ยังไม่ถูกเท่ากับซื้อหนังสือมือสองจากข้าวสาร) บัตรสมาชิกมีแบบรายปีและตลอดชีพซึ่งสามารถสมัครแบบออนไลน์ได้ที่ www.hithailand.org


 

Ready to roll อีกครั้งเมื่อตัวสะอาด (อาบน้ำเพื่อไปเลอะ) วันนี้อากาศดีมากถึงมากที่สุดท้องฟ้าไม่มีเมษแม้แต่ก้อนเดียว ดื่มด่ำกับบรรยากาศอยู่ครู่ใหญ่จึงคิดได้ว่าทิวทรรศน์อันงดงามนั้นกินไม่ได้ เสียงโครกครากในท้องทำให้ล้อหมุนไปที่ร้านอาหาร

 

@Thai

คงไม่ต้องบอกว่าที่นี่ขายอาหารประจำชาติไหน อาจดูเสียชาติเกิดซักนิดที่มาเมืองนอกแล้วเสือกกินอาหารไทย แต่เพราะเหตุใดผมจึงทำเช่นนั้น

 

จากประสบการณ์ทรมานในธุรกิจท่องเที่ยวทำให้ผมรู้ดีว่า ไม่ว่าเราจะทำการศึกษาข้อมูลท่องเที่ยวมาดีเพียงไรแต่นั้นก็ไม่อาจเทียบได้กับได้คุยกับคนในท้องที่ แล้วคงจะไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผมจะเลือกคุยกับคนที่พูดภาษาเดียวกัน

 

อาหารและบรรยากาศที่อลังการสมคำล่ำลือในหนังสือ Lonely Planet ® (พื้นที่โฆษณา) ที่เขียนเอาไว้ว่าแบบออกนอกหน้าว่า “Must try” (ต้องลอง) ผัดไทเป็นผัดไท ไม่เหมือนกับอาหารแถวที่ทำงานที่มิอาจพบความแตกต่างระหว่าง ผัดไท ผัดซีอิ๊ว และก๋วยเตี๋ยวคั่วได้ นอกเหนือไปจากอาหารและบรรยากาศที่ดีผมได้ข้อมูลท่องเที่ยวดังที่ต้องการ

 

Skyline Gondola

มันคือรถกระเช้าที่พาขึ้นจุดชมวิวบนยอดเขา แต่ด้วยความที่ต้องการอารมณ์แบบป่า (เถื่อน?) และทำอะไรง่าย ๆไม่เป็น ผมจึงขึ้นไปบนจุดชมวิวด้วยการเดิน ซึ่งผมไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นปัญหาให้กับผมในภายหลัง ทางขึ้นไม่ชัน ชันมาก และ 4 x 4 ในบางช่วง และหากมองไปข้างทางก็จะเห็นทางวิบากที่ทำขึ้นสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ ผมได้มองอย่างน้ำลายหกในความอลังการของ Trail โดยเฉพาะช่วงที่เป็นไม้ระแนงตีเฉียงเพื่อรับการสาดโค้งแรง ๆ เมื่อปั่นลงจากเขา................ทำไมกูไม่เอาจักรยานขึ้นมาด้วย...T T

 

 

ทันทีที่ลงจากเขาล้อก็หมุนไปที่ Mediterranean market แต่กลับผิดหวังเพราะมันไม่ได้ต่างอะไรไปจาก Supermarket ดี ๆ บ้านเรา

 

กลับเข้าที่พักตอนหัวค่ำแต่ยังสว่างโคตรเพราะอยู่ใกล้ขั้วโลกใต้ ผมจอดจักรยานไว้ในตู้ด้านนอกของ YHA ที่ทำขึ้นเพื่อเก็บของโดยเฉพาะ ทั้งที่ง่วงแสนง่วงแต่ก็ต้องฝืนใจทำกับข้าว ขอบคุณคุณป้าข้าง ๆที่กรุณาช่วยเปิดเตาแก๊สให้เพราะทนความโง่ของผมไม่ไหว -/|\- เพราะต้องการพิสูจน์คุณภาพ New Zealand Beef ว่าสมคำเล่ารือเพียงใด ผมจึงโยนเนื้อลงกะทะแบบทื่อ ๆโดยไม่ใช้เทคนิคใด ๆ ทั้งสิ้น หยั่งกะจาพนม? (จริง ๆ แล้วหาเครื่องปรุงกับน้ำมันไม่เจอ) 

 

ผลออกมาดีกว่าที่คิด (เพราะคิดว่ามันจะแดกไม่ได้) อิ่มอร่อยมีความสุขหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน แม้สาวโต๊ะข้าง ๆ ชายตามองหลายครั้ง แต่คืนนั้นความง่วงเอาชนะความเงี่ยน

 

ผมหลับเป็นตายบนเตียงที่ใหญ่กว่าโลงศพเล็กน้อย

 

ต่อภาค 2



ขวัญ ผู้ยิ่งใหญ่จนมิอาจนอนคว่ำ
View full profile